วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มารู้จักกับระบบ my และข้อดี-ข้อเสียของมันกันดีกว่า (my By CAT)


            my เป็นบริการในระบบ GSM ปล่อยสัญญาณในแบบ UTMS/HSPA (3G/3G+) บนคลื่น 850 MHz. ซึ่ง CAT หรือ กสท. เป็นเจ้าของอยู่แล้ว แต่เดิมคลื่นนี้ได้ให้บริการในแบบ CDMA ซึ่งเดิมชื่อ CATCDMA และให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนให้บริการ CDMA เหมือนกันในเขตกรุงเทพฯ และบางส่วนของต่างจังหวัดในชื่อ HUTCH ต่อมาเมื่อ HUTCH เลิกกิจการไป Truemove จึงได้เข้าไปซื้อสัมปทานที่เหลือมา (ก็ประมาณ 15 ปี) และได้เปลี่ยนรูปแบบการให้บริการจากระบบ CDMA มาเป็น GSM เหมือนกับ Truemove โดยผู้ที่ดำเนินการคือบริษัท Real Move (เป็นบริษัทลูกของ Truemove อีกที) และให้บริการในชื่อ Truemove-H (จับคู่กันแบบนี้ครับ Truemove=Truemove / Truemove-H=Real Move)

            แล้ว Truemove-H มาเกี่ยวอะไรกับ my ก็เหมือนสมัยก่อนนั่นล่ะครับ เพราะสัมปทานยังเป็นฉบับเดิมแค่เปลี่ยนผู้ถือ คือตอน HUTCH ตั้งเสาส่ง CDMA นั้นตามสัมปทานทั้งเสาและอุปกรณ์ต้องเป็นสมบัติของ CAT และต้องติดอุปกรณ์ส่งสัญญาณของ CAT ไปด้วย ดังนั้นนอกเหนือพื้นที่สัมปทานของ HUTCH ทีได้ไปไม่กี่จังหวัดจึงเป็น CAT ที่ทำหน้าที่ให้บริการในชื่อ CATCDMA ต่อมาเมื่อสัมปทานของ HUTCH เปลี่ยนแปลงมาเป็นของ Real Move จึงต้องดำเนินการในรูปแบบเดิม คือ Real Move มีหน้าที่เปลี่ยนอุปกรณ์ส่งสัญญาณจากแบบ CDMA เป็น GSM และต้องติดตั้งให้ CAT ด้วย แต่ในสัมปทานฉบับใหม่นี้คงแก้ไขให้ Real Move สามารถให้บริการได้ทั่วประเทศ ดังนั้น ง่าย ๆ เลยคือตรงไหนมี Truemove-H ตรงนั้นก็จะมี my ครับ
            ทำไมต้องมีบริการคู่กัน ตรงนี้ผมเข้าใจว่าเพราะข้อจำกัดของกฎหมายน่ะครับ อย่าง TOT ที่ขาย MVNO คลื่น 2100 MHz. ให้กับเอกชนไปก็ยังต้องให้บริการเองด้วยส่วนหนึ่ง คล้าย ๆ กันน่ะครับ
            เอาล่ะ มาว่ากันเรื่องของเทคนิค หลายคนสงสัยว่า Truemove-H หรือ my จะ ครอบคลุมพื้นที่ขนาดไหน จะกว้างไกลเท่า AIS หรือเปล่า ผมบอกเลยว่า “ดีกว่าเยอะ” ครับ เพราะเสาของ CAT นั้นครอบคลุมทั่วประเทศอยู่แล้ว สิ่งที่ Real Move ต้องทำก็เพียงแค่เปลี่ยนอุปกรณ์และปล่อยสัญญาณเท่านั้นเอง จึง “เร็ว” มาก และด้วยระยะเวลาสัมปทานที่เหลือเยอะที่สุดอย่างน้อย ๆ ก็สามารถทำอะไรได้มากกว่าเจ้าอื่น ๆ แน่นอน (แต่ก็ไม่รู้จะโดนฟันสัมปทานเมื่อไร) ส่วนเรื่องคุณภาพของสัญญาณ ด้วยเทคโนโลยีของ 3G นั้นสามารถส่งเสียงและข้อมูลได้พร้อมกันโดยไม่เบียดกันอยู่แล้ว และโดยเนื้อแท้ของคลื่น 850 MHz. มันไม่ได้ต่างอะไรกับ 900 MHz. ของ AIS เลย แต่ที่หลายท่านเจอปัญหาเสียงสนทนาหรือสัญญาณในการสนทนาของ Truemove-H หรือ my ไม่ดีก็เพราะมัน roaming ไป Truemove นั่นเอง ก็อย่างที่รู้กันล่ะนะครับว่า Truemove มันง่อยเปลี้ยขนาดไหน 555+

สรุปดังนี้นะครับ

1. CAT หรือ กสท. เป็นเจ้าของคลื่น 850 MHz. และเป็นเจ้าของสัมปทาน
2. HUTCH คือลูกค้าสัมปทานเดิมของ CAT ให้บริการสัญาณโทรศัพท์ในแบบ CDMA
3. CATCDMA คือบริการ CDMA ที่ให้บริการควบคู่ไปกับ HUTCH
4. Real Move คือบริษัทลูกของ Truemove ตั้งมาเพื่อมาซื้อสัมปทานเดิมของ HUTCH และให้บริการสัญญาณโทรศัพท์แบบ GSM ในชื่อ Truemove-H
5. รูปแบบสัมปทานของ Real Move กับ CAT ถูกแปลงมาเป็น “ตัวแทนจำหน่าย” (Reseller)
6. พื้นที่การให้บริการของ Truemove-H ขึ้นอยู่กับเสาของ CAT ไม่เกี่ยวกับ Truemove เดิม
7. คลื่น 850 ของ CAT และ 900 ที่ได้สัมปทานของ AIS โดยเนื้อแท้ไม่ต่างอะไรกันเลย
8. สัญญาณเสียงที่ไม่ดีของ Truemove-H และ CAT นั้นเพราะถูก roaming ไป Truemove ซึ่งสามารถแก้ไขไม่ให้ roaming ได้
9. คุณภาพทั้งสัญญาณเสียงและข้อมูลของ my และ Truemove-H นั้นเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงผู้ให้บริการ การบริการหลังการขายและอัตราค่าบริการเท่านั้น

ก็น่าจะเข้าใจ my และรู้จัก Truemove-H กันมากขึ้น บางคนสงสัยว่า Truemove-H มันเป็นเนื้องอกของ Truemove หรือเปล่า ที่จริงมันเกี่ยวดองกันแค่ “เจ้าสัวเป็นเจ้าของ” เหมือนกันแค่นั้นล่ะครับ นอกนั้นไม่ได้มีอะไรข้องแวะกันเลย (ในแง่ที่ผู้บริโภคจะสัมผัสได้แบบเผิน ๆ นะครับ)

ทีนี้มาดูข้อดีข้อเสียของระบบ my กันดีกว่า

ข้อเสียของระบบ my ที่อยากให้ทำใจหากคิดจะไปใช้

1. ศูนย์บริการน้อย (แต่เห็น กสท เปิดรับพนักงานประจำ Shop เพิ่มอยู่ อาจจะมีมากขึ้นในเร็วๆนี้)
2. ใบแจ้งหนี้ออกช้ามาก คือมันจะมาตอน "เลยกำหนดชำระ" ไปแล้วซักเกือบเดือน (แต่เดียวนี้มาเร็วขึ้น)
3. ตั้งความหวังอะไรกับ callcenter ไม่ได้ (ใช้ช่องทางอื่นดีกว่า)
4. ยังไม่มี FUP ทำให้คนใช้งานติดนิสัย "ใช้งานไม่ระวัง" เมื่อย้ายไป operator รายอื่นอาจเจ็บหนักได้ (บางท่านบอกว่า นี้คือข้อดีครับ)
5. พื้นที่ใดไม่มี 3G จะไป roaming 2G ระบบ 1800 ของ True ซึ่งสภาพสัญญาณก็อย่างที่รู้กัน

ข้อดี

1. เร็วพอประมาณ แต่ครอบคลุม บางที่ไม่มีแจ้งในเว็บก็สามารถใช้ 3G ได้ (แน่นอนว่า บางที่แจ้งไว้ แต่ใช้ไม่ได้ก็มี)
2. จากข้อ 1. มันยังเสถียรพอควรด้วย ผมอยู่บ้านใช้ Viber โทรหาแฟนผ่าน WiFi โดยแฟนใช้ my นั่งรถตู้จากมาบุญครองไปสะพานใหม่ (บางช่วงตีนพระงบนิ่ง บางช่วงตีนผีเหยียบกระจาย) สามารถทะเลาะกันได้ตลอดทางโดยไม่ขาดช่วงเลย
3. โปรโมชั่นค่อนข้างถูก เหมือนพวกขายตรงมั๊ง ไม่โฆษณาเลย ใช้บอกต่อๆเอา แล้วมาลดค่าโปรโมชั่นเอา
4. ยังไม่มี FUP แฟนผมเล่นเปิดวิทยุ online 24 ชม. (ถ้าจะไม่ฟังคือเอาหูฟังออกจากหู และคุณเธอเสียบสายชาร์ทตลอด จน cooper ที่ผมซื้อให้(พร้อมรายเดือนทุกเดือนก็ไปจ่ายให้) โดนกระทำทารุณกรรมอย่างหนัก)


มาดูข้อมูล 3G my เพิ่มเติมกันดีกว่า

Cr :
http://pex.im/2012/05/07/my-by-cat
http://droidsans.com/node/51349

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2558

Mode การทำงานของ Access Point

Mode การทำงานของ Access Point

โดยปกติทั่วไปแล้ว  ตัว Access Point จะมีหน้าที่กระจายสัญญาณ Wireless เปรียบเสมือน swicth hub

ถ้าเป็น switch hub ก็จะมีสายแลนมาต่อในแต่ละ port เช่น 8 port / 16 port / 24 port จนไปถึง 48 port

access point ก็เช่นเดียวกัน เปรียบเสมือน switch hub ที่เครื่อง client ทำการเชื่อมต่อแบบไร้สาย บางตัว

ก็จะมีระบุว่า รองรับได้กี่ client  เช่น  20 / 40  หรือ 60 เป็นต้น

นอกจากจะทำหน้าที่ กระจายสัญญาณแล้ว  Access Point ยังสามารถทำงานได้หลายรูปแบบ เช่น

- Client Mode

- Repeater Mode

- WDS Mode

- Client + AP Mode

เพื่อให้เหมาะสมในแต่ละรูปแบบการใช้งาน

Wireless Access Point


หาข้อมูลเกี่ยวกับ Access Point กันหน่อย

รื้อฟื้นความจำกันก่อน  wireless เมื่อก่อนจะมีมาตรฐาน  802.11b  ความเร็วสูงสุดที่ 11Mbps

และก็มีการพัฒนามาเป็น 802.11g  ความเร็วสูงสุดที่ 54Mbps  ซึ่งทั้งสองแบบใช้คลื่นความถี่  2.4GHz

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเพิ่มเติมมาเป็น 802.11n  ซึ่งความเร็วสูงสุดได้ไปถึง 600Mbps  และมี 802.11a , 802.11ac

ที่มาใหม่ เป็นคลื่น 5GHz ซึ่งประเทศไทยก็ได้มีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 5GHz ได้ โดยจำกัดกำลังส่งไว้ดังนี้



ทำไมถึงแตกต่างกัน?

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจ ในเรื่องของความถี่กันก่อน 2.4GHz กับ 5GHz แตกต่างกันอย่างไร

แน่นอน ตัวเลขต่างกัน 2.4GHz เป็นคลื่นความถี่ที่ต่ำกว่า

ข้อดี

- ใช้กำลังส่งน้อยกว่า
- ผ่านสิ่งกีดขวางได้ดีกว่า
- เป็นที่นิยมมากกว่า ราคาอุปกรณ์เลยจะถูกกว่า

ข้อเสีย

- ช่องสัญญาณมีน้อย  โอการที่ช่องสัญญาณจะถูกรบกวนมีได้มากกว่า  และทำความเร็วได้น้อยกว่า

ส่วน 5GHz ก็นำมาใช้แก้ปัญหาของ 2.4GHz

ข้อดี

- ช่องสัญญาณมีเยอะ โอกาสถูกรบกวนน้อย และสามารถทำความเร็วได้สูง

ข้อเสีย ก็ตรงกันข้ามกับ 2.4

- ใช้กำลังส่งที่สูงกว่า ในระยะทางที่เท่ากัน
- ผ่านสิ่งกีดขวางได้น้อย เพราะเป็นคลื่นความถี่สูง
- ราคาอุปกรณ์แพงกว่า 2.4

ปัจจุบันก็มีมาตรฐาน 802.11ac ออกมา ซึ่งเป็นการรวม ทั้ง 2 คลื่น นำมาใช้ร่วมกัน

แต่ด้วยคุณสมบัติ ของแต่ละคลื่นความถี่ ก็ต้องนำมาใช้งานให้เหมาะสมกับ พื่นที่ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ต่อไปก็มาดูกันเรื่องของความเร็ว ตัวแปรของความเร็วก็จะขึ้นอยู่กับ ช่องสัญญาณ และก็เทคนิคในการรับส่งคลื่น


ความถี่ 2.4GHz  ซึ่งก็คือตั้งแต่ 2400MHz - 2500MHz สามารถแบ่งเป็นช่องสัญญาณ ช่องละ 20MHz ได้ออกมาเป็น

11 channel  (แบ่งยังไงถึงได้ 11 จริงๆมันควรจะได้แค่ 5 ซิ  100MHz/20MHz) ใช่ครับ ที่ได้ 11 เพราะว่ามันมีส่วน

ที่ overlap หรือว่าซ้อนกันอยู่  ดังนั้น channel ที่ติดๆกันจะมีการซ้อนกันอยู่  การตั้ง channel  ไม่ให้สัญญาณกวนกัน

ก็ต้องตั้งห่างกัน



ต่อไปเรื่องของความเร็ว  1 ช่องสัญญาณ  20MHz  ความถี่ 2.4GHz  จะทำความเร็วสูงสุดได้ 65Mbps  แต่ก็มีเทคโนโลยี

ต่าง ๆ ของอุปกรณ์เข้ามาช่วย เช่น Short GI  ก็จะทำความเร็วสูงสุดได้เป็น 72.2Mbps  เทคโนโลยี MIMO (แบบหลายๆเสา)

รวมไปถึงการขยายช่องสัญญาณเป็น 40MHz     สำหรับเทคโนโลยีแบบต่าง ๆ นั้น ตัวรับและตัวส่ง จะต้องรองรับด้วย ถึงจะ

สามารถใช้งานได้



ความถี่ 5GHz  ก็คือตั้งแต่  5000MHz - 6000MHz  แบ่งช่องสัญญาณ ช่องละ 20MHz  ได้ออกมาเป็น 200 channel

(1000MHz/20MHz  ก็ควรจะได้ 50 ซิ) ใช่ครับ มันก็มีส่วน overlap กันอยู่ แต่ก็มีตั้ง 200 ช่อง ก็คงจะชนกันยาก ถึงจะ

มีช่องสัญญาณเยอะก็จริง แต่ก็มีการกำหนดการใช้งาน เพื่อไม่ให้มีปัญหา ซึ่งก็ขึ้นอยู่แต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทย



5GHz (Band A)  ได้แก่ channel  36-64 โดยห่างกัน 4 ช่อง คือ 36,40,44,48,52,56,60,64

5GHz (Band B)  ได้แก่ channel 100-140 ห่างกัน 4 ช่อง คือ 100,104,108,...,132,136,140

5GHz (Band C)  ได้แก่ channel 149-165 ได้แก่ 149,153,157,161,165

ฺสำหรับ Band A ใช้สำหรับ Indoor  และ  Band B,C ใช้สำหรับ Indoor/Outdoor

เป็นต้น

สำหรับ 5GHz  ที่ช่องสัญญาณ 20MHz  ทำความเร็วสูงสุดได้ 97.5Mbps  ก็จะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยเพิ่มความเร็ว

เช่น การขยายช่องสัญญาณไปถึง 160MHz และก็ Short GI สามารถ ทำความเร็วได้สูงสุดถึง 1300Mbps

การขยายช่องสัญญาณก็จะได้ความเร็วที่สูงขึ้น แต่ก็มีโอกาสถูกรบกวนได้มากขึ้นเช่นกัน

สำหรับมาตรฐานใหม่  802.11ac  ก็คือการใช้คลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz รวมกัน ซึ่งก็สามารถทำความเร็วได้ถึง 3.2Gbps

โดยการใช้ Tri-Band คือ 2.4GHz + 5GHz Band A + 5GHz Band B

คำถามทิ้งท้าย  ถ้าเราใช้คลื่น 5G กันแล้วจะมีปัญหาไหม เวลามือถือ 5G นำมาใช้งานกัน ตอนนี้ก็เป็น 4G อยู่ (ถามขำๆ)

ตอบ : คลื่นความถี่ 5GHz  ก็คือความถี่  ส่วนโทรศัพท์  5G  ย่อมาจาก  Generation   5G ก็คือ Generation ที่ 5

คนละอันกันครับไม่เกี่ยวข้องกัน  คลื่นความถี่ของมือถือก็จะเป็น  850MHz  900MHz  1800MHz  2100MHz  ประมาณนี้

** มือถือจะใช้คลื่นความถี่ที่ต่ำ  กำลังส่งไม่มาก ก็สามารถส่งได้ไกลหลายกิโล ผ่านสิ่งกีดขวางได้ดี **


อ้างอิง  :  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/E/009/34.PDF

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ทิปแก้ปัญหาการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth ใน iOS 8

เชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth ใน iOS 8


นอกจากปัญหาสัญญาณ Wi-Fi ไม่ครอบคลุมทั่วถึงแล้ว บางครั้งอุปกรณ์พกพาก็มีปัญหาในการเชื่อมต่อเช่นกัน เหมือนกันกับอุปกรณ์พกพาอื่น iPads และ iPhones ของ Apple บางครั้งก็มีปัญหาการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือแพร์ Bluetooth กับอุปกรณ์และนี่เป็นทิปง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณแก้ไข


เกริ่น ก่อนว่าตอนที่แอปเปิลปล่อยอัพเดต iOS 8 นั้นมันยังคงมีบั๊กข้อผิดพลาดอยู่มาก จากการรายงานของผู้ใช้งาน แต่แล้วแอปเปิลก็ปล่อยอัพเดต iOS 8.0.1 และ  8.0.2 ออกมาทันควัน และล่าสุดอัพเดตหลัก iOS 8.1 ก็ถูกเปิดตัวพร้อมด้วยกับฟีเจอร์ใหม่ และแก้บั๊กหลายจุด แต่พบว่าอุปกรณ์ยังคงมีปัญหาการเชื่อมต่อ Wi-Fiอยู่และถ้าคุณกำลังประสบกับมันละก็ให้ลองวิธีตามด้านล่างดู



ทิป,แก้ปัญหา,การเชื่อมต่อ ,Wi-Fi, iOS 8



วิธีแก้ปัญหาการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth ในiOS 8



วิธี แรกให้คุณเข้าไปรีเซ็ตค่า WiFi ที่ General > Reset > Reset Network Settings และทำการยืนยันการรีเซ็ทใหม่ จากนั้นเมื่อรีบูตกลับมาแล้วให้เข้าไปที่ Settings > Wi-Fi เลือกเครือข่ายที่ต้องการเชื่อมต่อ การรีเซ็ตค่า Wi-Fi จะไม่ใช่เป็นการรีเซ็ตค่าโรงงานแบบ Hard Reset



แต่ ถ้าวิธีแรกยังไม่เวิร์ค ให้ไปที่ Settings > Privacy > System Services และปิด Wi-Fi Networking หลังจากที่รีบูตแล้ว iPhone และ iPad ของคุณจะกลับมาใช้งานได้ดีกว่าเดิม



ทิป,แก้ปัญหา,การเชื่อมต่อ ,Wi-Fi, iOS 8



แต่ ก็เป็นไปได้ว่ามันไม่ได้ผลกับทุกอุปกรณ์และทุกครั้งไป แต่ก็เป็นจุดเริ่มที่ดี ซึ่งหากยังใช้ไม่ได้นั้นอาจเป็นปัญหาที่ตัวฮาร์ดแวร์ที่ต้องส่งซ่อมเคลม ประกันกันบ้างแล้ว

ที่มา: groovypost

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

"Do you want to format it?" วิธีการแก้ปัญหาคอมแจ้งให้ฟอร์แมตการ์ด

วันนี้ผมขอนำเอาประสบการณ์ของตัวเองที่เจอ มาแชร์ให้ทุกท่านทราบวิธีแก้เบื้องต้นกันครับ
เนื่องจากผมไปถ่ายรูปรุ่นน้องมา พอกลับห้องก็จัดแจงเสียบCF Card เข้ากับCard Reader
ทันใดนั้นเอง!!! วลีเด็ดก็บังเกิดขึ้น "Do you want to format it?"


ผมก็พยายามดิ้นทุรนทุราย หาวิธีแก้ โหลดโปรแกรมต่างๆนาๆ
เพื่อหวังว่าจะฟอร์แมตการ์ดเสียก่อน จากนั้นจึงใช้โปรแกรมที่โหลดกู้ไฟล์ขึ้นมา
แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์ส่งอัศวินขี่ม้ามืดมาช่วยผม เมื่อผมโพสข้อปัญหาของผมลงไปบน FB
โดยพี่ชายของผมให้ผมลองใช้คำสั่ง command promp (run-->cmd)


หลังจากนั้นก็ให้พิมพ์คำสั่ง chkdsk G: (ไดร์ทของการ์ดของผมเป็นไดร์ทG) /f
เพื่อเช็คว่าไดร์ทข้างต้น(G: ) มีข้อมูลอยู่หรือไม่


ในข้างต้นนั้นมันพบว่ามีข้อมูลอยู่ในไดร์ท G: ขึ้นเป็น Bad links
แต่เนื่องจากพี่ผมไม่มั่นใจในคำสั่ง Convert lost chains to files (Y/N)?
เลยกด N ก่อนเพื่อความปลอดภัย


และในตอนนี้ไดร์ท G: ของผมก็มีแถบสีฟ้าขึ้น
แสดงถึงการมีข้อมูลอยู่ภายในนั้น จากตอนแรกที่ไม่มีชื่อ EOS_DIGITAL
ไม่มีแถบแสดงพื้นที่ข้อมูล(ไม่ได้PrtScภาพไว้) แต่ถึงกระนั้นก็ยังกดเข้าไปเชยชมข้อมูลไม่ได้นะครับ


ขั้นตอนต่อไป ลูกพี่ให้คำสั่งลุยมาแล้ว โดยให้คำสั่งว่า
CHKDSK G: R/F/ เพื่อให้มัน Recovery ไฟล์ที่เสียอยู่
จากภาพจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลง ว่าเลขมันเปลี่ยนไป
จากนั้นก็ให้กด Y เพื่อ Convert ไฟล์ทั้งหมด


และแล้ว ในที่สุด... การ์ดของผมก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง


ปล.จากการวินิจฉัยของผู้พี่ ท่านบอกว่าผมอาจจะเป็นพวกมักง่าย ถอดการ์ดเข้าออกๆ
โดยไม่คลิกขวา safely eject usb ซึ่งเป็นจริงตามการวินิจฉัยครับ ต่อไปคงต้องระมัดระวังมากกว่านี้
ปล2.ผมไม่มั่นใจว่าท่านอื่นที่มีอาการแบบนี้ เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้งานเหมือนกันรึเปล่า
เกรงว่าถ้าเป็นเพราะสาเหตุอื่นขึ้นมา อาจจะแก้ไม่ได้ก็เป็นได้ครับ

สอนวิธีการ กู้ไฟล์ใน Flash Drive เมื่อโดนไวรัสซ่อนไฟล์เอาไว้

สอนวิธีการ กู้ไฟล์ใน Flash Drive เมื่อโดนไวรัสซ่อนไฟล์เอาไว้



คำสั่งที่ใช้คือ attrib -s -h -r /S /D

วิธีแก้เมื่อ Windows หา CD-Rom Drive ไม่เจอ และถามหาไฟล์ในไดร์เวอร์ AmdK8.sys

ไหนๆผมก็เจอปัญหานี้ และแก้ปัญหานี้มาแล้ว ก็ขอบันทึกเอาไว้และเผยแพร่แก่เพื่อนท่านอื่นๆด้วยก็แล้วกัน เผื่อในอนาคตจะได้กลับมาใช้ได้อีก (ได้ใช้แน่ ไม่ต้องห่วง อิอิ)
ปัญหาแรก…ถามหาไฟล์ในไดร์เวอร์ที่ชื่อ AmdK8.sys?
ปัญหานี้ แก้ไม่ยากครับ ในเมื่อมันถามหาชื่อไฟล์นี้ เราก็ต้องประเคนให้มันถึงที่เลยสิครับ?
เพียงเปิดไฟล์นี้ใน C:/WINDOWS/system32/ (สำหรับ Windows XP SP3 นะครับ) เท่านั้น เพียงเท่านี้ ปัญหานี้ก็จะหมดไปครับ
วิธีเช็คก็ไม่ยากถ้ามันไม่ขึ้นมาเอง ก็แค่คลิ๊กขวาที่ My Computer แล้วไปที่ Properties หรือไปที่ Control Panel แล้วคลิ๊กที่ System จากนั้นไปที่แท็บ Hardware แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Device Manager เพียงเท่านี้ เราก็จะเห็น Driver ของ CPU ที่มีเครื่องหมายตกใจอยู่ ก็ให้คลิ๊กเข้าไปแล้วทำการ Reinstall ตามวิธีข้างบนนั้นแหละครับ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย…
ปัญหาที่สอง…เมื่อ Windows หา CD-Rom Drive ไม่เจอ?
ปัญหานี้ยากพอควร แต่คงไม่ยากเกินไปหรอกครับ ถ้าหากเรามีความพยายามจริงๆ
เมื่อเราเข้าไปใน Device Manager ในแท็บ Hardware แล้ว มันจะมีเครื่องหมายตกใจที่ CD-Rom Driver ของเรา เมื่อเราเข้าไป Reinstall Driver ใหม่ ปรากฎว่า มันจะขึ้นข้อความประมาณนี้
The device is not working properly because Windows cannot load the drivers required for this device (Code 31).
ถ้าเกิดข้อความ Error ประมาณนี้ ให้เราไปที่ Start Menu Run พิมคำว่า regedit ลงในช่องเลยครับ
จากนั้นก็เขาตาม path นี้ครับ
HKEY_LOCAL_MACHINE >> SYSTEM >>?CurrentControlSet >> Control >> Class >>?{4D36E965-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}
แต่ปัญหามันจะมีอยู่คือ เมื่อเข้าถึงโฟลเดอร์ Class แล้ว มันจะมีเลข {4D36E965-E325-11CE-BFC1-08002BE10318} ยังงี้ เป็นสิบๆหรือร้อยๆอันเลยก็ว่าได้ครับ แต่มันมีหลักดูได้อย่างง่ายๆ ครับ ให้เราสังเกตตรงแค่เลข 965 แค่นั้นเองครับ หรือตามนี้ครับ {4D36E965-E325-11CE-BFC1-08002BE10318} เพราะส่วนเลขที่เหลือ มันจะตรงกันหมดครับ ยกเว้นเลข 3 หลักที่ผมเน้นไว้ให้ จะมีอยู่แค่อันเดียวครับ
พอเข้าแล้ว ก็ให้คลิ๊กที่ UpperFilters ทางด้านขวามือครับ แล้วก็คลิ๊กที่ Edit >> Delete ลบมันทิ้งเลยครับ ถ้ามี LowerFilters ก็ลบด้วยนะครับ แต่พอตอนลบมันจะขึ้นขอคำยืนยันในการลบ ก็ให้เราตอบ Yes ไปครับ ไม่ต้องกลัวอะไร
พอเสร็จแล้วก็ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา เพียงเท่านี้ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นเรียบร้อยครับ ^^
ปล. เรียงใหม่ให้อ่านได้เข้าใจง่ายมากขึ้นแล้วนะครับ

http://www.mahaaud8401.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD-windows-%E0%B8%AB%E0%B8%B2-cd-rom-drive-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%88/