DNS 3BB : 110.164.252.222 , 110.164.252.223
DNS TOT : 203.113.127.199 , 203.113.24.199
DNS True : 203.144.255.71 , 203.144.255.72 , 203.144.207.29 , 203.144.207.49
DNS CAT : 61.19.245.245 , 61.19.245.246
DNS TT&T : 202.69.137.137 , 202.69.137.138
DNS Google Public : 8.8.8.8 , 4.4.4.2
วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557
เล็กๆ น้อยๆ กับคำสั่ง Command Prompt ที่เกี่ยวกับ Internet
สำหรับปัจจุบันนี้น้อยคนนักที่ใช้คอมพิวเตอร์และไม่รู้จัก
อินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่จะใช้เป็นอยู่แล้วในการท่องโลกออนไลน์?
แต่มีไม่มากนักที่จะรู้ว่าเมื่อเราใช้อินเตอร์เน็ตเข้าเว็บไซต์ต่างๆ
แล้วเกิดปัญหาล่าช้าหรือเข้าไม่ได้ จะใช้คำสั่งใดๆ
ตรวจสอบความผิดผลาดของการสือสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ของเรากับเว็บไซต์ที่
จะต้องการเข้าไปใช้บริการ
วันนี้ผมจะมาบอกกล่าวคำสั่ง ในการตรวจสอบเส้นทางสื่อสารของอินเตอร์เน็ตเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ น้องๆ สักเล็กน้อย
คำสั่งที่จะกล่าวนี้จะต้องใช้ใน Command Prompt ซึ่งเราสามารถเปิดหน้าต่าง ??Command Prompt ได้ดังนี้
-พิมพ์ cmd ลงในช่องว่างของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter
หรือ
-กดคีย์โลโก้ Windows + R พิมพ์ พิมพ์ cmd ลงในช่องว่าง Open แล้วกดคีย์ Enter
คำสั่ง
Ping เป็นการทดสอบว่าเส้นทางสื่อสารจากเครื่องที่ใช้อยู่ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่นในเครือข่าย? ว่ายังใช้การได้อยู่หรือไม่ โดยสามารถพิมพ์ชื่อเครื่อง หรือหมายเลข IP Address ของเครื่องที่ต้องการทดสอบ หรือเว็บไซต์ที่ต้องการทดสอบก็ได้ Ping สามารถประมาณเวลาเดินทางโดยเฉลี่ยของข้อมูลไปกลับ โดยคำนวณจากช่วงเวลาและอัตราเร็วในการตอบรับ เป็นหน่วยมิลลิวินาที และอัตราการสูญเสียข้อมูลระหว่างโฮสต์เป็นเปอร์เซ็นต์
รูปแบบคำสั่ง
ping 122.155.17.132 (เป็นการทดสอบเส้นทางระหว่างเครื่องที่เราใช้กับ เครื่องที่มี ?IP 122.155.17.132)
ping www.notebookspec.com (เป็นการทดสอบเส้นทางระหว่างเครื่องที่เราใช้กับเว็บไซต์ www.notesbookspec.com)
ผลของการใช้คำสั่งนี้ตามตัวอย่างรูปภาพ
หมายถึงการสื่อสารระหว่างเครื่องที่เราใช้กับเครื่องหรือเว็บไซต์?
ปกติดีเครือข่ายระหว่างเครื่องทั้งสองนั้นเชื่อมต่อกันสมบูรณ์แล้ว
คำว่า 0% loss หมายความว่าเส้นทางสื่อสารไม่มีการสูญหายของข้อมูลเลย (ดี) นอกจากนี้ ยังแสดงถึง เวลาที่ข้อมูลใช้ในการวิ่งไปยัง ?www.google.com ?มี 3 ค่า คือค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด จากการทดสอบจำนวน ?4 ครั้ง โดยมีหน่วยเป็น ?ms (เศษหนึ่งส่วนพันวินาที)
nslookup เป็นการตรวจสอบ ว่าหมายเลข IP Address อันนี้เป็นของเว็บไซต์อะไร หรือว่าสามารถใช้ในทางกลับกันว่า เว็บไซต์นี้มีหมายเลข IP Address อะไร
รูปแบบคำสั่ง
nslookup 64.233.181.106 (ตรวจสอบว่า IP Address นี้เป็นของเว็บไซต์อะไร)
nslookup www.google.com (ตรวจสอบว่าเว็บไซต์นี้มี IP Address อะไร)
จุดสังเกตุเสันทางที่ตรวจสอบนี้จะต้องวิ่งผ่าน Server ตลอด นั้นก็คือ ISP ที่เราใช้บริการอยู่ (ในที่นี่ได้แก่ asianet.co.th หรือ 203.144.207.49)
netstat เป็นการตรวจสอบการเชื่อมต่อจากที่ต่างๆออกมา
ทั้งหมดออกมาไม่ว่าจะมา จาก protocol TCP, UDP, ICMP และอื่นๆ
รวมไปถึงหมายเลข Port และ IP ของผู้ติดต่อมาที่เครื่องของเรา
รูปแบบคำสั่ง
netstat
ค่าที่แสดงออกมาในการตรวจสอบ มีความหมายดังนี้
tracert จะมีลักษณะการใช้งานคล้ายกับการ ping แต่แตกต่างกันตรงที่ ผลลัพธ์ที่แสดงออกมาจะเป็นเส้นทางที่ใช้ไปยังสถานที่นั้น ว่าได้ผ่านไปที่ใดบ้าง จนกว่าจะถึงปลายทาง มีประโยชน์มากในกรณีที่วงจรสื่อสารเกิดความขัดข้อง เราสามารถทดสอบดูว่าเกิดความขัดข้องที่จุดใดนั่นเอง
รูปแบบคำสั่ง
tracert www.google.com (จะใช้เป็นชื่อเว็บไซต์หรือ IP Address ก็ได้)
tracert 122.155.17.132
ผลลัพธ์ของการตรวจสอบจะแสดงเส้นทางต่าง ๆ ว่าผ่านไปที่ใดบ้างก่อนถึง ?www.notebookspec.com
ซึ่งจะแสดงรายการเว็บไชต์ต่างๆ
ที่เป็นทางผ่านโดยมีตัวเลขลำดับของเว็บไซต์และรายละเอียดต่อท้ายจนกระทั้ง
แจ้งข้อความว่า Trace complete ก็เป็นอันสิ้นสุดของเส้นทาง
ในกรณีที่ขึ้นเครื่องหมาย?? *?? แสดงว่าเส้นทางนั้นขาด? หรือขัดข้อง
ipconfig เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเรียกดูหมายเลข IP Address ของเครื่องที่เราใช้งานอยู่ ?ซึ่งถ้าหากเราไม่ทราบว่าหมายเลข IP Address ของเครื่องที่เราใช้งานอยู่นั้นเป็นหมายเลขอะไรหรือมีรายละเอียดอะไรที่ เกี่ยวข้องกับหมายเลข IP Address บ้าง ก็สามารถใช้คำสั่งนี้เรียกดู
รูปแบบคำสั่ง
ipconfig (ถ้ามี option เพิ่มก็จะมีรูปแบบนี้ ipconfig /x )
นอกจากนี้ยังมี option คำสั่งเพิ่มเติมที่นิยมใช้ร่วมกับคำสั่ง ?ipconfig ?ได้แก่
/? แสดง help ของคำสั่งนี้
/all แสดงรายละเอียดทั้งหมด
/release ยกเลิกหมายเลข IP ปัจจุบัน
/renew ขอหมายเลข IP ใหม่ ในกรณีที่เน็ตเวิร์คมีปัญหา เราอาจจะลองตรวจสอบได้โดยการใช้คำสั่งนี้ ซึ่งหากคำสั่งนี้ทำงานได้สำเร็จ แสดงว่าปัญหาไม่ได้มาจากระบบเครือข่าย แต่อาจจะเกิดจากซอฟท์แวร์ของเรา
วันนี้ผมจะมาบอกกล่าวคำสั่ง ในการตรวจสอบเส้นทางสื่อสารของอินเตอร์เน็ตเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ น้องๆ สักเล็กน้อย
คำสั่งที่จะกล่าวนี้จะต้องใช้ใน Command Prompt ซึ่งเราสามารถเปิดหน้าต่าง ??Command Prompt ได้ดังนี้
-พิมพ์ cmd ลงในช่องว่างของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter
หรือ
-กดคีย์โลโก้ Windows + R พิมพ์ พิมพ์ cmd ลงในช่องว่าง Open แล้วกดคีย์ Enter
คำสั่ง
Ping เป็นการทดสอบว่าเส้นทางสื่อสารจากเครื่องที่ใช้อยู่ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องอื่นในเครือข่าย? ว่ายังใช้การได้อยู่หรือไม่ โดยสามารถพิมพ์ชื่อเครื่อง หรือหมายเลข IP Address ของเครื่องที่ต้องการทดสอบ หรือเว็บไซต์ที่ต้องการทดสอบก็ได้ Ping สามารถประมาณเวลาเดินทางโดยเฉลี่ยของข้อมูลไปกลับ โดยคำนวณจากช่วงเวลาและอัตราเร็วในการตอบรับ เป็นหน่วยมิลลิวินาที และอัตราการสูญเสียข้อมูลระหว่างโฮสต์เป็นเปอร์เซ็นต์
รูปแบบคำสั่ง
ping 122.155.17.132 (เป็นการทดสอบเส้นทางระหว่างเครื่องที่เราใช้กับ เครื่องที่มี ?IP 122.155.17.132)
ping www.notebookspec.com (เป็นการทดสอบเส้นทางระหว่างเครื่องที่เราใช้กับเว็บไซต์ www.notesbookspec.com)
คำว่า 0% loss หมายความว่าเส้นทางสื่อสารไม่มีการสูญหายของข้อมูลเลย (ดี) นอกจากนี้ ยังแสดงถึง เวลาที่ข้อมูลใช้ในการวิ่งไปยัง ?www.google.com ?มี 3 ค่า คือค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด จากการทดสอบจำนวน ?4 ครั้ง โดยมีหน่วยเป็น ?ms (เศษหนึ่งส่วนพันวินาที)
nslookup เป็นการตรวจสอบ ว่าหมายเลข IP Address อันนี้เป็นของเว็บไซต์อะไร หรือว่าสามารถใช้ในทางกลับกันว่า เว็บไซต์นี้มีหมายเลข IP Address อะไร
รูปแบบคำสั่ง
nslookup 64.233.181.106 (ตรวจสอบว่า IP Address นี้เป็นของเว็บไซต์อะไร)
nslookup www.google.com (ตรวจสอบว่าเว็บไซต์นี้มี IP Address อะไร)
จุดสังเกตุเสันทางที่ตรวจสอบนี้จะต้องวิ่งผ่าน Server ตลอด นั้นก็คือ ISP ที่เราใช้บริการอยู่ (ในที่นี่ได้แก่ asianet.co.th หรือ 203.144.207.49)
รูปแบบคำสั่ง
netstat
- Proto คือ Protocol ที่กำลังใช้งานอยู่จะมี TCP และ UDP เป็นหลัก
- Local Address (ค่า IP หรือชื่อเครื่อง: port ที่ใช้งานอยู่) คือจะแสดง หมายเลข IP ของเรา (ในที่นี้เป็นชื่อเครื่อง) และ port ที่ืั้กำลังใช้งานอยู่
- Foreign Address (ค่า IP หรือชื่อเครื่อง: Port ที่ใช้ติดต่ออยู่): อันนี้จะแสดงชื่อหรือ IP address
ของเครื่องที่เรากำลังติดต่ออยู่ด้วย และหมายเลข Port ที่เราใช้เชื่อมต่อนั้นๆ - State คือ สถานะของการเชื่อมต่อของ netstat นั้นๆจะมีอยู่ด้วยกัน 4 สถานะหลักๆได้แก่
Established
เป็นสถานะที่บอกว่าเครื่องนั้นๆได้เกิดการเชื่อมต่อกับ IP address
ปลายทางด้วย port หมายเลขนั้นแล้ว
ซึ่งสถานะนี้เป็นสถานะที่เกิดได้ทั่วไปเพราะการเชื่อมต่อใน internet
นั้นเป็นเรื่องที่ธรรมดาอยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราควรตรวจสอบให้ดีเพราะมีบาง port
ที่ไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะมีการเชื่อมต่ออยู่ เช่น port 23 ซึ่งเป็น port ของ
telnet
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั้นไม่มีใครใช้กันสักเท่าไรและที่สำคัญอีกอย่างสำหรับ
สถานะ Established ก็คือควรตรวจสอบก่อนว่าเราไม่ได้ connect ไปหาIP address
แปลกๆเข้าให้เพราะว่าบางที่นั้นอาจเป็นเพราะว่าในเครื่องของเราลักลอบติดต่อ
ไปด้วยโปรแกรมอันตรายอย่าง Trojan อยู่ก็เป็นไปได้
Time_wait คือสถานะที่รอการเชื่อมต่อกลับมาอยู่หรือถ้าเราจะมองในแง่ร้ายสุดๆ ก็คือโดน scan port อยู่
Listening คือยังไม่มีเครื่องใดติดต่อมาหรือว่ากำลังรอการเชื่อมต่ออยู่นั้นเอง
Close_wait คือปิดการเชื่อมต่อปกติจะไม่พบมากสำหรับสถานะนี้และสถานะอื่นๆที่อาจพบได้แก่ SYN_SENT , FIN_WAIT เป็นต้น
tracert จะมีลักษณะการใช้งานคล้ายกับการ ping แต่แตกต่างกันตรงที่ ผลลัพธ์ที่แสดงออกมาจะเป็นเส้นทางที่ใช้ไปยังสถานที่นั้น ว่าได้ผ่านไปที่ใดบ้าง จนกว่าจะถึงปลายทาง มีประโยชน์มากในกรณีที่วงจรสื่อสารเกิดความขัดข้อง เราสามารถทดสอบดูว่าเกิดความขัดข้องที่จุดใดนั่นเอง
รูปแบบคำสั่ง
tracert www.google.com (จะใช้เป็นชื่อเว็บไซต์หรือ IP Address ก็ได้)
tracert 122.155.17.132
ipconfig เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเรียกดูหมายเลข IP Address ของเครื่องที่เราใช้งานอยู่ ?ซึ่งถ้าหากเราไม่ทราบว่าหมายเลข IP Address ของเครื่องที่เราใช้งานอยู่นั้นเป็นหมายเลขอะไรหรือมีรายละเอียดอะไรที่ เกี่ยวข้องกับหมายเลข IP Address บ้าง ก็สามารถใช้คำสั่งนี้เรียกดู
รูปแบบคำสั่ง
ipconfig (ถ้ามี option เพิ่มก็จะมีรูปแบบนี้ ipconfig /x )
/? แสดง help ของคำสั่งนี้
/all แสดงรายละเอียดทั้งหมด
/release ยกเลิกหมายเลข IP ปัจจุบัน
/renew ขอหมายเลข IP ใหม่ ในกรณีที่เน็ตเวิร์คมีปัญหา เราอาจจะลองตรวจสอบได้โดยการใช้คำสั่งนี้ ซึ่งหากคำสั่งนี้ทำงานได้สำเร็จ แสดงว่าปัญหาไม่ได้มาจากระบบเครือข่าย แต่อาจจะเกิดจากซอฟท์แวร์ของเรา
http://notebookspec.com/web/?p=50958
ตรวจสอบ name server โดยใช้คำสั่ง nslookup
หลายคนที่ใช้ linux หรือ windows ที่ทำงานเกี่ยวกับเครือข่าย อาจจะเคยใช้คำสั่งนี้ nslookup คือคำสั่ง (coommand) ที่ใช้ในการตรวจสอบ Domain Name ด้วยโปรแกรม Command prompt หรือโปรแกรม Dos ครับ ซึ่งเอาไว้ทดสอบว่าโดเมนเนมนี้ตรงกับหมายเลขไอพีแอดรสอะไร และยังสามารถตรวจสอบได้ว่า DNS ที่เราใช้อยู่ยังให้บริการได้อยู่หรือไม่ เพราะหาก DNS ไม่สามารถให้บริการเป็นปกติจะไม่สามารถทำการแปลงจากไอพีแอดเดรสเป็นชื่อได้ (resolve ไม่ได้)
สำหรับคำสั่ง nslookup สามารถใช้ได้ทั้ง Windows และ Unix ครับ
การใช้งานบน windows สามารถใช้คำสั่งนี้บนโปรแกรม dos ครับ โดยอันดับแรกก็เปิด Dos เลยครับ
การใช้งานบน windows สามารถใช้คำสั่งนี้บนโปรแกรม dos ครับ โดยอันดับแรกก็เปิด Dos เลยครับ
1. คลิก Start Menu ของ windows แล้วเลือกเมนู Run จากนั้นพิมพ์ cmd แล้วกด ok
2. เมื่อเข้าสู่โปรแกรม Dos แล้วก็พิมพ์คำสั่ง nslookup เพื่อเข้าสู่โปรแกรม nslookup ได้เลยและสามารถทำตามในกรณีที่ใช้ linux ได้เลย ในกรณีนี้ขอใช้บน linux unix หรือ terminal on MAC โดยใช้คำสั่งดังนี้
ตรวจสอบ domain ของวิทยาเขตฯ เช่น www.csc.ku.ac.th ว่ามี ip address อะไร
psansri$ nslookup
> www.csc.ku.ac.th
Server: 192.168.1.1
Address: 192.168.1.1#53
Non-authoritative answer:
Name: www.csc.ku.ac.th
Address: 158.108.104.12
ตรวจสอบ google.com ครับ
> www.google.com
Server: 192.168.1.1
Address: 192.168.1.1#53
Non-authoritative answer:
Name: www.google.com
Address: 118.174.24.29
Name: www.google.com
Address: 118.174.24.54
Name: www.google.com
Address: 118.174.24.34
Name: www.google.com
Address: 118.174.24.44
Name: www.google.com
Address: 118.174.24.49
Name: www.google.com
Address: 118.174.24.59
Name: www.google.com
Address: 118.174.24.24
Name: www.google.com
Address: 118.174.24.39
กรณีต้องการตรวจสอบการทำงาน ของ mail exchange หรือ domain mail ต้องเปลี่ยน type ก่อนครับ
> set type=mx
> mail2.csc.ku.ac.th
Server: 192.168.1.1
Address: 192.168.1.1#53
Non-authoritative answer:
mail2.csc.ku.ac.th mail exchanger = 30 mail2.csc.ku.ac.th.
กรณีต้องการทราบว่ามีเครื่องใดบ้างให้บริการ mail ใน domain csc.ku.ac.th
> csc.ku.ac.th
Server: 192.168.1.1
Address: 192.168.1.1#53
Non-authoritative answer:
csc.ku.ac.th mail exchanger = 20 mail.csc.ku.ac.th.
csc.ku.ac.th mail exchanger = 30 mail2.csc.ku.ac.th.
csc.ku.ac.th mail exchanger = 40 mail3.csc.ku.ac.th.
csc.ku.ac.th mail exchanger = 50 mail4.csc.ku.ac.th.
จากที่เราทำมาเป็นการใช้งาน name server ของเรา หากต้องการทดสอบกับ name server ของ google สามารถทำได้โดย
> server 8.8.8.8
Default server: 8.8.8.8
Address: 8.8.8.8#53
> www.csc.ku.ac.th
Server: 8.8.8.8
Address: 8.8.8.8#53
Non-authoritative answer:
Name: www.csc.ku.ac.th
Address: 158.108.104.12
สำหรับคำสั่งอื่นสามารถดู Help ได้ด้วยพิมพ์ ?
แถมนิดครับ
The Google Public DNS IP addresses (IPv4) are as follows:
- 8.8.8.8
- 8.8.4.4
The Google Public DNS IPv6 addresses are as follows:
- 2001:4860:4860::8888
- 2001:4860:4860::8844
วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557
แจกหนังสือ "มือถือในมือเด็ก" ฟรีครับ
แต่ พอดีตอนประชุมเสร็จ ผมดันไปเจอหนังสือเล่มนึง น่าสนใจมาก มันชื่อว่า มือถือในมือเด็กเป็นหนังสือที่ให้ความรู้กับทั้งเด็กๆ และ ผู้ปกครองเกี่ยวกับการมีโทรศัพท์มือถือในครอบครอง ว่า น้องๆ หนูๆ ควรมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองหรือยัง หรือถ้าจำเป็นต้องมี จะต้องมีวิธีการดูแลโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างไร ผมลองอ่านดูแล้วมีประโยชน์มาก แถมเป็นหนังสือการ์ตูนด้วย น้องๆหนูๆ น่าจะอ่านง่าย เข้าใจง่าย เลยขอทาง สบท มาแจกในรายการ แบไต๋ ไฮเทค ประจำ 20 เล่ม แต่ว่า... ทาง สบท บอกว่า หนังสือเหล่านี้ "แจกฟรี" ครับ ใครอยากได้ก็ส่งอีเมล์หรือ โทรติดต่อไปยัง สบท ตามที่อยู่ข้างล่างนี่เลยครับ กลุ่มภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บรืโภคในกิจการโทรคมนาคม สำนักงาน กสทช สำนักงาน กสทช โทร 02-634-6122 อีเมล์ tci.tcimedia@gmail.com ส่งที่อยู่ในการจัดส่งไปได้เลยนะครับ เห็นว่าพิมพ์มาแค่ 10,000 เล่มเท่านั้นเองครับ หรือ สำหรับใครที่อยากจะอ่านเลยแบบ PDF ก็ดาวน์โหลดที่นี่เลยครับ http://bit.ly/mobileforkids |
|
| Description : แจกหนังสือ "มือถือในมือเด็กฟรีคร้าบ"
ที่มาของข่าว : http://www.freeware.in.th/blog/3569
|
รู้ทันแฮกเกอร์กับ password ต้องห้าม
กรณีศึกษาจากคนดัง สู่การปรับและเปลี่ยนเพื่อป้องกันทวิตเตอร์และโปรแกรมในโซเชียลมีเดียของคุณจากการถูก"แฮก" |
|
|
|
|
การแฮกทวิตเตอร์ของผู้มีชื่อเสียงไม่ใช่เรื่องใหม่ แม้ แต่ทวิตเตอร์ของบารัค โอบามา (@barackobama)ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาก็เคยถูกเจาะมาแล้ว และเมื่อเดือนก่อนทวิตเตอร์ของสำนักข่าว NBC (@NBCNews)ของอเมริกาก็เพิ่งถูกแฮกโดยแฮกเกอร์นาม The Script Kiddies ที่โพสต์ข้อความเบรกกิ้งนิวส์สร้างความตื่นตระหนกว่า กราวด์ซีโร่(จุดที่ตึกแฝดเวิลด์เทรดถล่ม)ถูกพุ่งชนโดยเที่ยวบิน 5736 และคาดว่าเกิดจากการจี้เครื่องบิน โดยกรณีนี้เอฟบีไอถึงกับต้องเข้ามาสืบสวนสอบสวน ไม่ เพียงเท่านั้น ทวิตเตอร์ของสำนักข่าว Fox (@foxnewspolitics) ก็เคยถูกแฮกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาและแฮกเกอร์โพสต์ข้อความว่า ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ถูกสังหารในวันชาติอเมริกาพอดี! สาเหตุที่การแฮกโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ผู้มีชื่อเสียงและสื่อแพร่ระบาดไปทั่วโลก เพราะ โซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างทวิตเตอร์และเฟซบุ๊คเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะทวิตเตอร์ที่ในปีนี้มีผู้ใช้พุ่งสูงถึง 200 ล้านคนทั่วโลก เพราะเป็นช่องทางการส่งผ่านข่าวสารจากอีกฟากโลกหนึ่งไปอีกฟากโลกหนึ่งได้ใน เวลาไม่กี่วินาที ผ่านการ “รีทวีต” ซึ่งเป็นเหมือนดาบสองคม เพราะหากข้อความนั้นไม่ถูกต้องก็เป็นการสร้างความวุ่นวายให้ทั้งโลกภายใน ชั่วพริบตา ที่สำคัญวิธีการ แฮกทวิตเตอร์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยสามารถแฮกได้หลายวิธี เช่น การแฮกโดยสุ่มพาสเวิร์ด การแฮกโดยใช้อีเมลปลอม การส่งโทรจันมาในอีเมลเพื่อล้วงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ รวมถึงความประมาทของผู้ใช้ที่ล็อกอินไว้ในอุปกรณ์ต่างๆ หรือให้พาสเวิร์ดกับหลายคนอย่างกรณีนายกฯหรือดาราสาวชมพู่-อารยาที่มีปัญหา กับเพื่อนร่วมวงการเพราะมีผู้โพสต์ข้อความกระทบคู่กรณีโดยใช้แอคเคาท์ของเธอ ส่วนวิธีป้องกันทวิตเตอร์ให้ปลอดภัย ทีมงานทวิตเตอร์แนะนำการป้องกันแอคเคาท์ง่ายๆ คือ ตั้งทวิตเตอร์ให้เป็นส่วนตัว โดยการล็อกอิน จากนั้นไปที่ Setting ซึ่งอยู่ขวาบนของหน้าจอ คลิกที่ช่อง Protect my Tweets แล้วกดเซฟ การป้องกันนี้จะทำให้ผู้ติดตาม(Follwing)เท่านั้นที่จะเห็นข้อความที่คุณทวิ ต ดังนั้นคนที่ไม่ได้ติดตามคุณจะไม่เห็นข้อความและรีทวีตข้อความไม่ได้ ผู้ที่ต้องการติดตามคุณ(Follow)ต้องส่งคำร้องให้คุณอนุญาตก่อนจึงจะติดตาม ได้ และจะไม่แสดงผลแอคเคาท์ของคุณในการค้นหา แต่หากเป็นบุคคลสาธารณะหรือผู้ใช้ที่ต้องการแบ่งปันข้อมูลทำให้ต้องเปิดแอคเคาท์เป็นสาธารณะย่อมเสี่ยงในการถูกแฮก แต่ ก็มีวิธีป้องกันความเสี่ยงนั้นได้ โดยการตั้งพาสเวิร์ดที่ยากๆ โดยพาสเวิร์ดที่ดีควรมีทั้งตัวเลข สัญลักษณ์ และอักษรภาษาอังกฤษทั้งตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่รวมกัน ควรมีความยาวตั้งแต่ 12-14 ตัวอักษรและเปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อยๆ ส่วนพาสเวิร์ดที่นิยมใช้อันดับ 1 คือ “123456 “ส่วน “password”,”qwerty”และบรรดาตัวเลขต่างๆ ทั้ง 2222,1111,77777 รวมถึงวันเกิด ชื่อ และชื่อสัตว์เลี้ยงของผู้ใช้ ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน หากแอคเคาท์ของคุณใช้พาสเวิร์ดพวกนี้ก็ควรเปลี่ยนโดยด่วน อีก วิธีการ ป้องกันคือ อย่ากดให้คอมพิวเตอร์จำพาสเวิร์ด โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์สาธารณะ อย่ากดเปิดอีเมลต้องสงสัยเพราะอาจมีไวรัสแฝงมา อย่าตั้งพาสเวิร์ดเดียวกันหมดสำหรับเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ หรือโปรแกรมอื่นๆ ในโซเชียลมีเดีย เพราะหากถูกแฮกไปหนึ่งโปรแกรม โปรแกรมที่เหลือก็ยากที่จะรอด ที่สำคัญต้องจำกัดวงผู้ที่จะล็อกอินได้ หากมีปัญหาจะได้ทราบว่าเกิดจากใคร โดยวิธีการป้องกันนี้สามารถใช้ได้กับโปรแกรมในโซเชียลมีเดียทั้งหมด และ การแก้ปัญหาแบบวัวหายแล้วล้อมคอก แต่ไม่ทำให้ผู้ใช้ช้ำใจมากนักหากถูกแฮกคือ การแบ็คอัพข้อมูลที่ทวิตไป โดยโปรแกรมต่างๆ เช่นTwistory,BackupmyTweets,TweeTakeและTweetBackup หากถูกแฮกไปจริงๆ จะได้มีข้อมูลเหลืออยู่ สุด ท้ายขึ้นอยู่กับผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้ง หมด ที่ต้อง“คิดก่อนเผยแพร่” เพราะข่าวสารในโซเชียลมีเดียกระจายออกไปรวดเร็วยิ่งกว่าสื่อหลักหลายเท่า แต่เรื่องความถูกต้องยังเป็นที่น่าสงสัย เช่น ข่าวเขื่อนแตกที่มีคนทวิตไม่เว้นแต่ละวัน ดังนั้นหากเห็นข้อความที่ผิดปกติก็อย่าเพิ่งรีทวีตหรือส่งต่อ เพราะหนึ่งคลิกของคุณอาจทำให้สังคมวุ่นวายได้ ที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ |
ไวรัสแอนดรอยด์พุ่ง มือถือเสี่ยงโดนเจาะ
|
|
| ไวรัส...ที่่
จ้องเล่นงานโมบายโอเอสตัวนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
ซึ่งความเลวร้ายของพวกมันก็จะมีตั้งแต่ทำลายข้อมูลไปจนถึงขโมยข้อมูลส่วนตัว
จากสมาร์ทโฟน Android ของคุณ ประเด็นคือ
นับวันพวกมันเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
นั่นหมายถึงความเสี่ยงที่สมาร์ทโฟนของคุณจะถูกโจมตีเพิ่มขึ้นไปด้วยนั่นเอง
Juniper Networks รายงานว่า ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา การเติบโตของมัลแวร์
(malicious software) พุ่งขึ้นไปสูงถึง 472%
หรือมีการตรวจพบโปรแกรมมัลแวร์ที่แพร่กระจายให้ดาวน์โหลดมากถึง 10,000
ตัวเลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน McAfee
หนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยยังได้จัดทำรายงานล่าสุดที่
ระบุว่า ช่วงไตรมาสที่ผ่านมาระบบปฏิบัติการโมบาย Android
กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากทีสุดสำหรับ"มัลแวร์"ใหม่ๆ
กล่าวโดยสรุปก็คือ Android กลายเป็นเป้าหมายหลักของ"มัลแวร์"ใหม่ๆ
ที่ต้องการโจมตีอุปกรณ์โมบายนั่นเอง ตัวอย่างล่าสุด เมื่อช่วงเดือนมีนาคม
มัลแวร์ที่ชื่อว่า DroidDream (หรือ Myournet)
ได้แพร่กระจายไปติดยังสมาร์ทโฟน Android ของผู้ใช้มากกว่า 50,000 ราย อย่าง ไรก็ดี รายงานข่าวนี้ไม่ได้ต้องการขู่ใหัคุณผู้อ่านรู้สึกหวาดกลัว แต่ต้องการให้ข้อมูลว่า การแพร่กระจายมัลแวร์บนแพลตฟอร์ม Android เป็นเรื่องจริง และปัญหานี้กำลังเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ที่เป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนไม่ควรประมาท เพราะคุณก็อาจจะโดนมันเล่นงานโดยไม่รู้ตัวได้เช่นเดียวกัน ส่วนมัลแวร์ และไวรัสสามารถสร้างความเสียหายอะไรได้บ้างนั้น โดยทั่วไปจะมีรายละเอียดดังนี
ที่มาของข่าว : http://www.android.com/
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)